• house

    อาคารที่ดี เริ่มจากแบบที่ดี

    Planban.net ช่วยคุณสร้างบ้าน และอาคาร
    ตั้งแต่ การออกแบบจนถึง การก่อสร้าง ด้วยความเชื่อ
    ที่ว่า อาคารที่ดี เริ่มจาก แบบที่ดี ...


    เยี่ยมชม แบบ ! * แบบก่อสร้าง - บ้าน - อพาร์ทเม้นต์ - อาคารสาธารณะ - โครงการ .

  • บทความ เรื่อง บ้าน และงานก่อสร้าง

    จาก ทีมงาน planban

     

     


  • บริการของเรา Planban

    บริการออกแบบ : บ้าน | อพาร์ทเม้นต์ | อาคารสาธารณะ | โครงการ

    บริการแบบก่อสร้าง : บ้าน | อพาร์ทเม้นต์

    ควบคุมงาน : ควบคุมงานก่อสร้าง

    ก่อสร้าง : บ้าน | อพาร์ทเม้นต์ | อาคารสาธารณะ | ปรับปรุง ต่อเติม อาคาร

ashmolean museumt1

Oxbridge เป็นคำเรียกที่หมายถึงมหาลัยที่เก่าแก่ของอังกฤษ สองมหาลัยคือ มหาวิทยาลัย ออกซ์ฟอร์ดและ เคมบริดจ์ คนทั่วไปส่วนใหญ่จะรู้จักมหาลัยทั้งสองแห่งนี้ดี ด้วยความที่มหาลัยทั้งสองนั้นมีส่วนสำคัญในหลายๆ ด้านทั้ง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สังคม การศึกษา รวมไปถึงการเมืองการปกครอง ของประเทศอังกฤษนั่นเอง

มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดนั้น ถือกำเนิดมาก่อน เคมบริดจ์เพียงเล็กน้อย คือประมาณ 200 ปี นอกจากเรื่องการศึกษาแล้ว ออกซ์ฟอร์ดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวม ตึกราม บ้านช่อง ห้องสมุด ห้องโถงรับประทานอาหาร (dinning Hall) ซึ่งล้วนแต่มีความหล่อเหลาและสวยงามเป็นเอกลักษณ์ในตัวมันเอง บางตัวอาคารเองสามารถ ทำให้มองย้อนประวัติศาสตร์กลับไปได้ในสมัย คศ. 1007 ที่นับเป็นปีถือกำเนิดเมืองออกซ์ฟอร์ด หลายตัวอาคารบางแห่งในเมืองนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานการออกแบบของนักสถาปนิกอังกฤษชื่อดังหลายท่าน ดังตัวอย่างเช่น เซอร์ คริสโตเฟอร์ เรน (Sir Christopher Wren) ผู้ออกแบบอาคารสำคัญๆ ต่างๆ ในประเทศอังกฤษ เช่น มหาวิหารเซนต์พอล (St Paul Cathedral) ในลอนดอน และรวมถึง เชลโดเนียน เธียร์เตอร์ (Sheldonian Theater) และ พิพิธภัณฑ์ โอลแอชโมเลียน (Old Ashmolean)

ทั้ง เชลโดเนียน เธียร์เตอร์ และ พิพิธภัณฑ์ โอลแอชโมเลียน นั้นตั้งอยู่บนถนนประวัติศาสตร์ คือ ถนน บอร์ด ในใจการเมืองออกซ์ฟอร์ด โดยบริเวณสุดปลายถนนจะสังเกตได้ว่ามีรั้วที่มีหินแกะสลักเป็นรูปหัวจักรพรรดิ (Emperor หรือ Caesars) อยู่บนยอดปลาย เบื้องหลังรั้วนี้จะเป็นตัวอาคารที่ เซอร์ คริสโตเฟอร์ เรนได้ทำการออกแบบเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน ดีวีนิตี้ (Divinity School) ไปทางทิศใต้ หรือเมื่อไล่ไปทางทิศตะวันตกก็จะเป็นลานแคบๆ และเสาสูงรูปทรงแบบ แรแนซอง (Renaissance) โดยประตูนี้เองในอดีตเคยเป็นทางเข้าเมื่อแรกเริ่มเปิดทำการ พิพิธภัณฑ์แอชโมเลียน ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของอังกฤษ

ashmolean museumt2

พิพิธภัณฑ์แอชโมเลียน (Ashmolean) ได้เริ่มเปิดประตูต่อสาธารณะ ในวันที่ 24 พฤษภาคม คศ. 1683 และเริ่มก่อสร้างเมื่อราวปี คศ. 1678-1683 การถือกำเนิดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะสะสมและรวบรวมของเก่าและของมีค่า รวมไปถึงของแปลกจากตะวันออกไกล ซึ่งเป็นของสะสมและมรดกที่ Elias Ashmole (1617–92) มีไว้ในครอบครอง เพื่อที่จะแสดงต่อประชาชนทั่วไป จริงๆ แล้วในเวลานั้น คำว่า พิพิธภัณฑ์ (Museum) เองนั้นยังไม่ได้มีคำจำกัดความไว้ใน พจนานุกรมด้วยซ้ำ เป็นแค่เพียงคำที่อาจจะใช้ในนิยายเท่านั้นเอง แต่ต่อมาภายหลัง โลกใหม่ของคำศัพท์ หรือ New World of Words (1706) ได้ให้ความหมายของคำว่า Museum ไว้ว่า คำนี้อาจหมายถึง การเรียน ห้องสมุด สถานที่สาธารณะ หรือ สถานที่พักผ่อนสำหรับคนมีการศึกษา แต่ในปัจจุบันของสะสมทั้งหมดของ Elias Ashmole ได้ถูกย้ายไปแสดงที่ พิพิธภัณฑ์แอชโมเลียนแห่งใหม่ ที่ตั้งอยู่บนถนน โบว์เมาท์ ซึ่งใหญ่และกว้างขวางกว่า สำหรับตัวอาคารเก่าที่ถนน บอร์ด นี้ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางวิทยาศาตร์ (Museum of History of Science) นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา หรือบางครั้งจะเรียกตัวอาคารแห่งนี้ว่า แอชโมเลียนแห่งเก่า (Old Ashmolean)

ภายในตัวอาคารเองอาจมองจากภายนอกอาจจะมีลักษณะคล้ายห้องแถวเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ภายในทั้งหมดมี 3 ชั้น ซึ่งเรียกตามแบบระบบอังกฤษคือ ชั้นใต้ดิน (Basement) ชั้นพื้นดิน (Ground Floor) และ ชั้นที่หนึ่ง (First Floor) ทั้งสามชั้นเชื่อมต่อกันด้วยบันไดที่ทำจากไม้โอ๊กที่ตั้งอยู่ทางด้านหลังของตัวอาคาร หน้าต่างบริเวณโถงบันไดทำมาจาก กระจกสี (stained glass) ซึ่งเป็นกระจกที่เติมสีในขณะที่ทำการผลิตหรือขึ้นรูปกระจกนั้นๆ หน้าต่างที่ทำจากกระจกสีในลักษณะนี้มีอยู่อย่างมากมายในตัวอาคารเก่าต่างๆ โบสถ์หรือวิหารในประเทศอังกฤษ พื้นของอาคารในแต่ละชั้นของตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เก่านี้ ก็ทำจากไม้เช่นกัน จะยกเว้นก็เพียงแต่ในชั้นใต้ดินที่จะเป็นพื้นปูน

เมื่อหลังจากการย้ายของเก่า และของสะสม ของ Elias Ashmole ไปยังที่ใหม่แล้วนั้น ตัวอาคารแห่งนี้ก็ได้เปลี่ยนหน้าที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บรักษาและแสดง ผลงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาแดดแบบพกพา (Portable Sundial) เครื่องบอกตำแหน่งดาราศาสตร์ (Astrolabe) อุปกรณ์ทางเคมีที่ใช้ในการผลิต แอสไพรินในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หรือแม้แต่กระดานดำเมื่อครั้งที่ อัลเบิร์ต ไอนสไตน์ ได้มาทำการสอนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ คงจะเห็นกันแล้วว่าเสน่ห์ของตัวอาคารแห่งนี้คงจะเป็นเพราะว่าเป็นที่ๆ รวมทั้งศาสตร์และศิลป์เอาไว้ในที่เดียวกันได้อย่างลงตัว เป็นสถานที่ๆ เราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ของทั้งสองสิ่งไปได้ในขณะเดียวกันได้อย่างกลมกลืนเลยทีเดียว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1.http://www.mhs.ox.ac.uk/index.htm

2.http://www.ashmolean.org/

ดร. นุ่ม วิภาตวิทย์

seo
своими руками
seo
своими руками